เสี่ยรถเบนซ์ เปิดใจ หลังศาลตัดสินจำคุก 3 ปี ลูกสาวผู้เสียชีวิตโผล่โอบกอด

0
918

จากกรณีที่นายสมชาย อายุ 56 ปี เมาซิ่งรถยนต์เมอร์เซเดส เบนซ์ อี 250 สีบรอนซ์เงิน พุ่งชนรถยนต์ซูซูกิ สวิฟท์ สีขาว บนสะพานคลองตาปุ้น ถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก เป็นเหตุให้ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล หรือ ตี๋ อายุ 48 ปี รอง ผกก. (สอบสวน) กก.2 บก.ป. และ นางนุชนาถ งามสุวิชชากุล อายุ 44 ปี ภรรยาเสียชีวิต ส่วนน้องแพร อายุ 12 ปี ลูกสาวบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยหลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดนายสมชายได้ 260 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ พร้อมให้การรับสารภาพ

ล่าสุดที่ทางศาลจังหวัดตลิ่งชัน ได้นัดฟังคำพิพากษาคดี นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาในคดีนี้ โดยบรรยากาศช่วงเช้า นายสมชาย เดินทางมาตั้งแต่ 07.00 น. ก่อนจะขึ้นไปฟังคำพิพากษาที่ห้องพิจารณาคดี403 โดยยังไม่ให้สัมภาษณ์ ขณะที่ด้านบุตรสาวทั้งสองคนของ พ.ต.ท.จตุพร หรือ รองตี๋ คือ น้องแพร อายุ 12 ปี และ บุตรสาวคนโต หรือ น้องพลอย อายุ 16 ปี พร้อมกับญาติ ได้เดินทางเข้าร่วมฟังคำพิพากษาในวันนี้ด้วย โดยผลตัดสิน ศาลจำคุก 3 ปี ปรับ 1 แสนรออาญา 3 ปี

ศาลจังหวัดตลิ่งชัน อ่านฟังคำพิพากษาคดีที่นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 56 ปี เจ้าของบริษัทไทยคาร์บอนแอนด์กราไฟต์ จำกัด ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ เมาซิ่งรถยนต์เมอร์เซเดส เบนซ์ อี 250 สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ษฮ 789 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนรถยนต์ซูซูกิ สวิฟท์ สีขาว ทะเบียน 2 กก 3653 กรุงเทพมหานคร บนสะพานคลองตาปุ้น ถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก พังยับเยิน วัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดได้ถึง 260 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เป็นเหตุให้ พ.ต.ท.จตุพร หรือตี๋ งามสุวิชชากุล อายุ 48 ปี รอง ผกก. (สอบสวน) กก.2 บก.ป. และนางนุชนาถ งามสุวิชชากุล อายุ 44 ปี ภรรยาเสียชีวิต ส่วน ด.ญ.พิชญาภา หรือน้องแพร งามสุวิชชากุล อายุ 12 ปี ลูกสาวบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเวลาตีหนึ่งของวันที่ 12 เม.ย. ที่ผ่านมา

คดีดังกล่าว พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี 5 ได้ยื่นฟ้อง นายสมชาย ต่อศาลจังหวัดตลิ่งชัน ใน 3 ความผิด คือ

1.ขับรถด้วยความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด

2.ขับรถในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายได้รับอันตรายสาหัสและทรัพย์สินเสียหาย

และ3.ขับรถโดยประมาทอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัส โดยคดีนี้อัยการไม่สั่งไม่ฟ้องความผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นฯ ตามที่พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนแจ้งข้อหาดังกล่าวมาด้วย เนื่องจากอัยการพิจารณาแล้วพฤติการณ์ไม่เข้าองค์ประกอบความผิดทางกฎหมาย

โดยศาลตัดสิน ว่าจำเลยกระทำความผิดกรรมเดียวแต่หลายความผิดจึงลงโทษหนักที่สุดตาม พรบ.จราจรทางบก จำคุก 6 ปีปรับ 2แสนบาท แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ สำนึกผิด ไม่เคยมีประวัติต้องโทษมาก่อนศาลให้โอกาสกลับตนเป็นคนดีของสังคม จึงลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 3 ปี ปรับ 1 แสนบาท และโทษจำคุกรอลงอาญา โดยระหว่างนี้ให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 8 ครั้งใน 2 ปี รวมทั้งบริการสังคมและสาธารณประโยชน์ 48 ชั่วโมงในเวลา 1 ปี พร้อมทั้งห้ามดื่มสุรา ของมึนเมา

ทั้งนี้คดีดังกล่าวทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาทั้งหมด 3 ข้อหา คือขับรถด้วยความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ขับรถในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายได้รับอันตรายสาหัสและทรัพย์สินเสียหาย ขับรถโดยประมาทอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัส

อย่างไรก็ตามหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนายสมชาย ได้ชดใช้ค่าเสียหายรวม 45 ล้านบาท ให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต ส่วนตัวนายสมชายทางศาลจังหวัดตลิ่งชันได้ให้ประกันตัวในวงเงิน 200,000 บาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ด้าน นายสมชาย กล่าวภายหลังศาลตัดสินว่า ขอขอบคุณครอบครัวผู้เสียหายที่ให้อภัย และขอบคุณศาลและสังคมที่ให้อภัย หลังจากนี้จะมอบเงินให้บุตรสาวของพ.ต.ท.จตุพร 2 คน คนละ 10,000 บาท ต่อเดือน และค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัว 20,000 บาท รวม 40,000 บาท เป็นระยะเวลา 8 ปี จนบรรลุนิติภาวะ พร้อมฝากไปถึงพ.ต.ท.จตุพรและภรรยาขอให้ไปสู่สุขคติสู่ภพภูมิที่ดี ตนเองขอสัญญาว่าจะดูแลบุตรสาวทั้ง 2 คนให้ดีที่สุด ตนเองตกเป็นผู้กระทำความผิด จึงไม่กล้าสอนหรือแนะนำอะไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่สำหรับตนเองนั้นตัดสินใจจะเลิกดื่มตลอดชีวิต ตอนนี้รู้สึกโล่งใจ หลังจากเครียดมานานกว่า 3 เดือน

ลูกผู้เสียชีวิตโผล่กอด

Facebook Comments
Loading...